ลงมือทำอย่างมุ่งมั่น สักวันฝันจะเป็นจริง

อรยา ชวาเขต จาก จ.น่าน

ดิฉันชื่อ อรยา ชวาเขต หรือ หน่อย ค่ะ อดีตนักเรียนทุนมูลนิธิยุวพัฒน์ รหัส  U40-094  ดิฉันเป็นคนจังหวัดน่าน ตอนเด็กๆ ครอบครัวดิฉันมีด้วยกันทั้งหมด 6 คน คือ คุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ พี่ชายคนโต พี่สาว ฝาแฝด (แต่หน้าไม่เหมือนกันนะคะ เพราะไข่คนละใบ) ชื่อพี่นุ้ย ชีวิตตอนนั้นก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวเล่นที่ไหน ส่วนใหญ่ก็จะช่วยที่บ้านทำงาน เพราะคุณพ่อคุณแม่เป็นเกษตรกร ปลูกพืชสวน พืชไร่ตามฤดูกาล เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวลูกๆ ทุกคนก็จะไปช่วยกัน เวลาไปทำสวนต้องอยู่กลางแดด ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย คุณแม่ก็จะสอนเสมอว่าให้ตั้งใจเรียน  โตขึ้นมาจะได้ไม่ต้องลำบากเหมือนพ่อกับแม่ คุณพ่อของดิฉันมีความบกพร่องในด้านการได้ยิน ส่วนพี่ชายก็ป่วยต้องทานยาตลอด จึงช่วยงานได้ไม่มากนัก คุณแม่จึงเปรียบเสมือนเป็นเสาหลัก ท่านรับภาระเกือบทุกอย่างในครอบครัว ดิฉันกับพี่สาวจึงตั้งใจเรียน เพราะฝันว่า อยากจะมีงานมั่นคงจะได้ดูแลคุณพ่อคุณแม่ อยากเก็บเงินสร้างบ้านหลังใหม่ และอยากทำให้คุณพ่อคุณแม่มีความสุขมากที่สุด  

ความพยายามตั้งใจเรียน ทำให้ดิฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยนเรศวรและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ค่ะ    ดิฉันเลือกเรียนที่หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เอกศาสตร์คอมพิวเตอร์ เพราะได้รับทุนในโครงการทุนเรียนดีจากชนบท ซึ่งโครงการนี้จะเปิดให้ทุนกับนักเรียนที่มาจากชนบทในบางจังหวัดเท่านั้น   และเป็นทุนเฉพาะค่าเทอมจนเรียนจบปริญญาตรี ดิฉันเลือกเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพราะจบสายวิทย์-คณิตมา และมีความชอบส่วนตัว ...ตอนปี 1 เครียดมาก แต่ยังโชคดีที่มีเพื่อนคอยช่วย ทำให้ปี 3-4 ค่อยปรับตัวได้ ดิฉันยอมรับค่ะว่าดิฉันเลือกเรียนในสิ่งที่ไม่ถนัด แต่สิ่งที่ทำให้ดิฉันประสบความสำเร็จได้ คือความพยายามและตั้งใจว่า ยังไงก็ต้องเรียนให้จบให้ได้

            หลังจบปริญญาตรี ดิฉันทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ เงินเดือนๆ แรกดิฉันผ่อนรถมอเตอร์ไซต์คันใหม่เป็นของขวัญให้กับคุณพ่อคุณแม่ หลังจากนั้น ดิฉันเปลี่ยนงานอยู่ 2-3 บริษัท เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ ทำงานเก็บเงินอยู่หลายปี ดิฉันกับพี่นุ้ยก็ช่วยกันสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้สำเร็จ เป็นความภูมิใจจริงๆ ค่ะ ที่ทำความฝันให้เป็นจริงได้    ดิฉันทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ประมาณ 6 ปี ระหว่างนั้นก็สอบ 9 มาตรฐานวิชาชีพครูไว้ด้วย         ได้ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซึ่งบังเอิญปลายปี 2555 คุรุสภาประกาศสามารถใช้ใบอนุญาตปฏิบัติการสอนสอบบรรจุครูได้ ดิฉันจึงลองไปสอบ ผลปรากฏว่าสอบติดและถูกเรียกตัวไปบรรจุที่โรงเรียนกลางหุบเขา ในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา ตอนแรกดิฉันก็ลังเลมาก เนื่องจากเงินเดือนที่ได้รับจากบริษัทนั้นมากกว่าอาชีพครูหลายเท่า แต่เพราะคุณพ่อคุณแม่อายุมากแล้ว ดิฉันจึงตัดสินใจมาเป็นครู เพื่อที่จะได้มีโอกาส ไปดูแลท่านได้ ซึ่งการมาเป็นครูก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเช่นกัน เนื่องจากว่าอาชีพครูนั้น ไม่ใช่แค่สอนเด็กให้มีความรู้ ให้เป็นคนเก่งเท่านั้น  แต่ต้องปลูกฝังด้านคุณธรรมจริยธรรมให้เด็กเป็นคนดีด้วย ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อีกเยอะเหมือนกันค่ะ เพราะไม่ได้จบครูโดยตรงและไม่มีประสบการณ์การสอนมาก่อน แต่ตั้งใจว่าจะพยายามทำหน้าที่ครูให้ดีที่สุดค่ะ

                มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “พรแสวงสำคัญกว่าพรสวรรค์  อัจฉริยะเกิดจาก พรสวรรค์ 1% และ พรแสวง 99%” ขอเพียงมีความฝันแล้วลงมือทำฝันด้วยความมุ่งมั่น สักวันความฝันก็จะกลายเป็นความจริงขึ้นมาได้ค่ะ และเมื่อถึงวันที่เราประสบความสำเร็จ สามารถยืนด้วยขาของตัวเองได้แล้ว ต้องไม่ลืมที่จะทดแทนคุณแก่ผู้มีพระคุณกับเรา ต้องรู้จักแบ่งปันให้ผู้อื่น  ดังคำสอนของระพุทธศาสนาที่บอกไว้ว่า “ท่านทั้งหลายจงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท”...