ลูกยอดกตัญญู ผู้เดินตามความฝันจนได้เป็นพยาบาลและผู้ให้โอกาสแก่น้องๆ

ศรายุทธ ศรีหาเพศ จาก จ.สกลนคร

ครอบครัวของผม ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 5 คน ผมเป็นลูกคนกลาง พ่อกับแม่ทำไร่ทำสวนทั่วไป รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย เป็ด ไก่ การดำเนินชีวิตประจำวันของเราอาศัยพึ่งพาสิ่งที่เราหาได้เองมากกว่าสิ่งที่เราขาดแคลน จึงถือได้ว่าเรามีฐานะพอมีพอกิน ยากจนแต่ก็ไม่ถึงกับขัดสน 

 

ตั้งแต่จำความได้ ผมจะคุ้นชินกับอาการเจ็บป่วยของแม่อยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากแม่มีโรคประจำตัว คือ โรคหอบหืด แม่จะเริ่มมีอาการ หายใจเร็ว เสียงหายใจของแม่ จะมีเสียงวี๊ดๆ ดังออกมาด้วยโดยไม่ได้เลือกเวลา มันทำให้ผมรู้สึกสงสารแม่ บางทีก็แอบร้องไห้ แอบดูแม่ของตัวเองที่นอนไม่ได้นั่งฟุบกับหมอนอยู่ 

ในตอนนั้นสำหรับผมแล้ว ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นมันมีความหมายอะไรมากไปกว่าการที่ผมรักแม่ของผม ผมสงสารแม่ของผม และตั้งแต่นั้นมาก็ถือว่าถ้าเราอยู่และแม่มีอาการขึ้นมา ถือว่าเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องช่วยดูแลแม่อย่างน้อยก็ตอนที่พ่อไม่อยู่  บางครั้งอาการของแม่ไม่ยอมทุเลา  มีทางเดียวที่แม่จะดีขึ้นได้ คือ จำเป็นที่พ่อจะต้องพาแม่ไปโรงพยาบาลซึ่งอยู่ห่างจากที่บ้านไปอีกประมาณ 10 ก.ม. จากหมู่บ้าน ออกสู่ถนนหลวง ภาพที่เราเห็นคือพ่อให้แม่ขี่หลัง แล้วพาแม่วิ่งลัดทุ่งนา เพื่อไปบ้านลุงก้อน ให้ลุงก้อนขับมอเตอร์ไซต์พาไปโรงพยาบาล หรือบางทีก็เห็นแม่นั่งซ้อนท้ายจักรยานของพ่อ ปั่นไปตามถนนลูกรัง ที่มุ่งออกสู่ทางหลวง  พ่อกับแม่จะบอกทิ้งท้ายว่า อย่ารังแกกัน ให้อยู่บ้าน แม่ไปไม่นาน เดี๋ยวก็ได้กลับมา แต่ส่วนใหญ่แล้ว คนที่กลับมาจะเป็นพ่อกับลุงก้อนเพียง 2 คน ส่วนแม่หมอต้องให้นอน ให้ออกซิเจนกับพ่นยา กินยา ดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาล ทุกครั้งไป

ในความทุกข์ยากลำบากและความขาดแคลนในหลายๆ อย่าง ก็ยังมีข้อดี คือ ทำให้ผมได้รู้จักรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบงานของพ่อกับแม่ที่ยังค้างไว้ รับผิดชอบพี่กับน้อง เวลาที่พ่อกับแม่ไม่อยู่ เวลาที่พ่อไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล (โรงพยาบาลโคกศรีสุพรรณ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร) ผมกับน้องชายจะมีโอกาสไปกับพ่อด้วย ทุกๆ วันผมก็จะเห็นคุณหมอ คุณพยาบาล คุณเจ้าหน้าที่ คุณแม่บ้านด้วย (ซึ่งชาวบ้านเรา จะเรียกแทนว่า คุณหมอทั้งหมด ทุกตำแหน่งหน้าที่เลยครับ) ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เอาใจใส่คนไข้ ยิ้มแย้ม แจ่มใส และที่สำคัญคือทุกท่านเหล่านั้นให้การดูแลแม่เราเป็นอย่างดี คุณหมอเหล่านี้ช่วยให้แม่ของผมอาการดีขึ้น รวมทั้งคนเจ็บคนไข้รายอื่นๆ ที่มารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วย  ตอนนั้นเองที่ความฝันของเด็กชายคนหนึ่งได้เกิดขึ้น ว่าสิ่งที่ตัวเองทำตอนอยู่ที่บ้าน ที่นี่เขาเรียกว่าหมอ จากนั้นก็เลยตั้งใจว่า ในอนาคตเมื่อโตขึ้นจะต้องเป็นคุณหมอให้

ถือเป็นความโชคดีของผมอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากมูลนิธิยุวพัฒน์ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จนจบชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 (พ่อกับแม่บอกว่าเป็นบุญเป็นวาสนาของผมด้วยที่ได้รับความเมตตาจากทางมูลนิธิฯ และขอให้ผมตั้งใจเรียน เป็นคนดี และเมื่อมีโอกาสก็ขอให้ตอบแทนการช่วยเหลือในครั้งนี้อย่างที่ตัวเองได้รับ ผมและครอบครัวต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านผู้มีพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับผม)

หลังจากใช้ชีวิตการเป็นนักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ครบ 4 ปี ผมก็สำเร็จการศึกษาและคว้าใบปริญญาบัตรที่พ่วงท้ายด้วยคำว่า เกียรตินิยมอันดับ 2 มาฝากพ่อกับแม่พี่และน้อง และได้ ทำงานเป็นพยาบาล หรือ “คุณหมอ” ตามที่ผมเคยเรียกตอนเด็กๆ 

เวลาที่ผ่านมา แม้จะดูเนิ่นนาน แต่ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมองย้อนกลับไป สิ่งที่ผมบอกตัวเองได้ คือ ความรู้สึกภูมิใจที่ตัวเองได้ทำหน้าที่ตอบแทนพระคุณของพ่อกับแม่ มีงานทำ มีความสามารถที่จะมาดูแลครอบครัว ทดแทนสิ่งที่เราเคยขาดแคลน ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ คอยช่วยเหลือผู้เจ็บไข้ได้ป่วย  ผมมาถึงจุดนี้ได้ เพราะความกรุณาช่วยเหลือจากทางมูลนิธิยุวพัฒน์ที่ได้หยิบยื่นโอกาสทางการศึกษามาให้กับเด็กชนบทยากจนคนหนึ่ง และปัจจุบันนี้ ผมก็เป็นผู้บริจาคแบบต่อเนื่องให้กับมูลนิธิยุวพัฒน์ทุกเดือนเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับน้องๆ คนอื่นๆ เหมือนอย่างที่ผมเคยได้รับครับ