“การเรียนสายอาชีพไม่ใช่ทางเลือกที่สอง แต่เป็นประตูสู่อนาคตที่มั่นคง”

นี่คือเรื่องราวของ “แก้ม ศุภาพิชญ์” ในวัย 17 ปี นักเรียนชั้น ปวช.2 สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ของวิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช คนที่เคยลังเลกับเส้นทางสายอาชีพ แต่วันนี้ได้กลายเป็นนักเรียนที่มีเป้าหมายชัดเจน และเชื่อมั่นว่าเส้นทางนี้สามารถพาไปสู่อนาคตที่มั่นคงได้

ชีวิตของ “แก้ม” ไม่ต่างจากนักเรียนหลายคนที่มีความฝัน แต่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางการเงิน แก้มเป็นนักเรียนทุนยุวพัฒน์ ตั้งแต่ชั้น ม.3 เนื่องจากครอบครัวไม่มีรายได้ที่มั่นคง พ่อแม่แยกทางกัน เธออาศัยอยู่กับน้าที่มีภาระค่าใช้จ่ายมากมาย ทุนการศึกษานี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวช่วยให้เธอเรียนต่อ และเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน แต่ยังเป็นแสงสว่างที่ทำให้เธอมีโอกาสพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่ และเป็นแรงผลักดันให้กล้าที่จะฝันถึงอนาคตที่สดใส

พ่อแม่ของหนูแยกทางกัน หนูจึงอยู่กับน้า ซึ่งน้าก็มีครอบครัว และมีรายได้ไม่มั่นคง หนูเลยต้องช่วยลดภาระทางการเงินของน้าให้มากที่สุด พอได้ทุนมา ชีวิตก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย มีโอกาสพัฒนาตัวเองได้เต็มที่

ในช่วงที่ท้อแท้ แก้มยังได้รับการดูแลจากพี่ๆ ในมูลนิธิยุวพัฒน์ที่คอยถามไถ่และรับฟังปัญหาของเธอ ทำให้มีกำลังใจในการสู้ต่อ

“มีช่วงที่ท้อแท้ ไม่สนใจเรียน แต่หนูก็กลับมาตั้งใจเรียนเพราะคิดถึงคนที่บ้าน และคิดถึงโอกาสที่ได้รับทุนด้วย”

การค้นพบตัวตนของแก้มในโลกของคอมพิวเตอร์ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษา จนเมื่อถึง ม.3 แก้มเคยคิดว่า สายสามัญอาจเป็นเส้นทางที่เธอควรเลือก แต่ด้วยภาระที่ต้องช่วยน้าทำงาน ทำให้ไม่มีเวลาทุ่มเทกับการอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้าเรียนต่อสายสามัญ การเลือกเรียน สายอาชีพ จึงกลายเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมากกว่า

แม้ในตอนแรกจะมีความกังวลว่าตนเองจะเรียนไหวหรือไม่ โดยเฉพาะวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโค้ดและออกแบบโปรแกรมที่ซับซ้อน แต่ด้วยความมุ่งมั่นและพยายาม เธอค่อยๆ พัฒนาตัวเองจนสามารถก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นได้

หนูเคยคิดว่าตัวเองจะทำไม่ได้ แต่พอผ่านมาแล้วก็ทำได้ เพราะหนูพัฒนาตัวเองมาเยอะมาก

เมื่อได้ลงมือเรียนจริง ได้ฝึกทักษะ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการฝึกงานกับหน่วยงานราชการ แก้มค้นพบว่าตัวเองไม่ได้แค่ “เรียนไหว” แต่ยัง “ทำได้ดี” และรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนที่แก้มจะตัดสินใจเลือกเรียนสายอาชีพ เธอเคยมีความคิดเหมือนกับคนทั่วไปว่าการเรียนสายอาชีพอาจเป็นเพียง “ทางเลือกที่สอง” สำหรับคนที่เรียนไม่เก่ง

“ตอนแรกหนูก็คิดว่าอยากเรียนสายสามัญ แต่ไม่มีเวลาอ่านหนังสือสอบ เพราะต้องช่วยน้าทำงาน หนูยังกังวลว่าตัวเองไม่ชอบวิชาคณิต วิทย์ จะเรียนสายสามัญได้ไหม”

แต่เมื่อได้ก้าวเข้าสู่การเรียนสายอาชีพ แก้มกลับพบว่านี่คือเส้นทางที่ใช่สำหรับเธอ การเรียนที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง กระทั่งแก้มได้ฝึกงานในหน่วยงานราชการ ทำให้เธอได้เรียนรู้ทักษะที่นำไปใช้ได้จริงในการทำงาน การเรียนสายอาชีพไม่ได้ให้แก้มเพียงแค่ทักษะทางวิชาชีพ แต่ยังสอนเธอเรื่องการใช้ชีวิตอีกด้วย

“การเรียนสายอาชีพเน้นการเรียนรู้ทักษะที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เน้นประสบการณ์ ได้ฝึกงาน พอเรียนจบก็มีโอกาสได้เข้าทำงานเลย หนูได้เรียนรู้เรื่องการใช้ชีวิต เพราะมาอยู่ไกลจากบ้าน ต้องดูแลตัวเอง เป็นผู้ใหญ่ขึ้น”

ปัจจุบัน แก้มมีความฝันที่ชัดเจนกว่าเดิม เธอวางแผนที่จะเรียนต่อในระดับปริญญาตรี เพราะอยากเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ โดยมองว่าการเป็นข้าราชการมีความมั่นคง มีสวัสดิการต่างๆ ที่สำคัญต้องการถ่ายทอดความรู้ที่เรียนมาให้กับนักเรียนรุ่นใหม่ แต่จะปรับให้เข้ากับยุคสมัยที่จำเป็นต้องสอนแบบเจาะจงมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ แก้มยังมีความฝันที่จะเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เช่น ซ่อมคอมฯ รับออกแบบโปสเตอร์ หรือออกแบบเว็บไซต์ เพื่อใช้ความรู้ที่เรียนมาต่อยอดในการสร้างรายได้และช่วยเหลือผู้อื่น

สำหรับเพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่กำลังลังเลว่าจะเลือกเรียนสายไหนดี แก้มมีคำแนะนำที่มาจากประสบการณ์จริง

“อยากให้ทบทวนดีๆ ว่าชอบอะไร ถนัดอะไร อยากประกอบอาชีพอะไร มองไปให้ไกลถึงอนาคตว่าจะนำความรู้ที่เรียนมาต่อยอดเป็นอาชีพได้อย่างไรและคำนึงถึงกำลังทรัพย์ของตัวเองด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจนต้องหยุดเรียนกลางคัน”

เรื่องราวของแก้มเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การสนับสนุนทุนการศึกษาสายอาชีพไม่ได้เป็นเพียงการช่วยให้เด็กคนหนึ่งเรียนจบ แต่เป็นการให้ “เครื่องมือ” ในการสร้างอนาคตที่มั่นคง ไม่เพียงแต่เปลี่ยนชีวิตของผู้รับทุน แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ และในอนาคต แก้มเองอาจกลายเป็นผู้ให้ ที่ช่วยผลักดันเด็กๆ รุ่นต่อไปให้มีโอกาสเช่นเดียวกับเธอ